: ตรวจเลือดดูการตั้งครรภ์เมื่อไหร่ดี :
โดย K.P.Lee,
M.D.
การตรวจเลือดเพื่อเช็คว่าตั้งครรภ์หรือไม่นั้น
เป็นการตรวจดูฮอร์โมน hCG
ซึ่งสามารถเริ่มทำได้หลังจากตัวอ่อนมีการฝังตัวในผนังมดลูกและสร้างฮอร์โมน
hCG ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้ว..การฝังตัวของตัวอ่อนในโพรงมดลูกจะเกิดขึ้นในวันที่
7-10
หลังไข่ตกและมีการผสมกับเชื้ออสุจิในท่อนำไข่แล้วก่อนหน้าที่จะเดินทางมายังโพรงมดลูก
ดังนั้นการตรวจเลือดเพื่อดูการตั้งครรภ์ที่เร็วที่สุดที่แนะนำนั้นและค่อนข้างแม่นยำนั้น
สามารถตรวจดูได้ตั้งแต่ประมาณวันที่ 10 หลังมีไข่ตกค่ะ
ซึ่งก็ตกประมาณ วันที่ 3 หลังการฝังตัวของตัวอ่อน
แต่ระดับจะยังต่ำมากๆอยู่ที่ประมาณ
5 mIU/ml
ซึ่งเป็นค่าที่ใช้ในการตั้งข้อสงสัยว่ามีการตั้งครรภ์เกิดขึ้น
และเมื่อมีการตรวจเลือดเมื่อครบกำหนดประจำเดือนมาหรือก็คือตั้งครรภ์ได้
4 สัปดาห์(นับจากวันแรกของประจำเดือนครั้งสุดท้าย)นั้น
ควรมีระดับ
hCG ไม่ต่ำกว่า 5 mIU/ml (ค่าเฉลี่ย hCG ที่ 4
สัปดาห์ของการตั้งครรภ์เดี่ยว อยู่ที่ 5-426 mIU/ml)ค่ะ
หากเราตรวจหลังขาดประจำเดือนได้
1 สัปดาห์ หรือตั้งครรภ์ได้ 5 สัปดาห์
ค่าเฉลี่ยของฮอร์โมนของการตั้งครรภ์เดี่ยวจะอยู่ที่
18-7340 mIU/ml ค่ะ
ดูตารางข้างล่างประกอบ : GA หมายถึง อายุครรภ์เป็นสัปดาห์
โดยนับจากวันแรกของประจำเดือนครั้งสุดท้าย

จะเห็นว่า..ค่าแปรค่อนข้างสูงในหญิงตั้งครรภ์แต่ละคน
แพทย์แต่ละท่านจึงอาจมีการแนะนำให้ตรวจเลือดช้าเร็วต่างกันไป
แพทย์บางท่าน ..อาจให้ตรวจเลือดเลยเมื่อครบกำหนดประจำเดือนขาด
ซึ่งฮอร์โมนอาจจะยังต่ำอยู่ โดยทั่วไปจะนัดให้ตรวจซ้ำในอีกประมาณ
3-5 วันต่อมา
เพื่อดูระดับการเพิ่มของฮอร์โมนว่าเพิ่มขึ้นอย่างที่ควรจะเป็นคือประมาณวันละ
2 เท่าหรือไม่ ซึ่งการตรวจเร็วจะมีข้อดีคือ
เราสามารถดูแนวโน้มของการเพิ่มของฮอร์โมนได้จากการตรวจซ้ำ
หากฮอร์โมนเพิ่มน้อยกว่าที่ควรจะเป็นแสดงว่ามีโอกาสเสี่ยงต่อการแท้งหรือการท้องนอกมดลูกได้
ทำให้แพทย์หาวิธีป้องกัน(หากเสี่ยงต่อการแท้ง)หรือรักษา(กรณีท้องนอกมดลูก)ได้
ข้อเสียก็คือ..ในกรณีที่ตรวจไม่พบฮอร์โมนหรือขึ้นต่ำมากและไม่ได้นัดเจาะเลือดตรวจซ้ำ
อาจวินิจฉัยผิดพลาดว่าไม่มีการตั้งครรภ์ได้ค่ะ
แพทย์บางท่าน..อาจให้รอหลังประจำเดือนขาดไป 1-2 สัปดาห์(อายุครรภ์
5-6 สัปดาห์ ) จึงค่อยตรวจเลือด ซึ่งตรงนี้มีข้อดีคือ
ระดับฮอร์โมนจะขึ้นค่อนข้างสูงแล้ว
ทำให้การวินิจฉัยว่าตั้งครรภ์ทำได้ค่อนข้างแน่นอน
แต่ข้อเสียก็คือ...หากเรามีฮอร์โมนที่ต่ำนั้น
วินิจฉัยได้ลำบากว่าเป็นเพราะฮอร์โมนกำลังลดลง(มีการสลายไปของตัวอ่อนแล้ว)
หรือฮอร์โมนขึ้นในระดับที่ต่ำที่เสี่ยงต่อการแท้งหรือการท้องนอกมดลูก
ซึ่งการรักษาและป้องกันจะทำได้ช้ากว่าการตรวจไวๆค่ะ
(สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537
มิให้ทำการคัดลอก ดัดแปลง
หรือแก้ไขบทความเพื่อนำไปตีพิมพ์ก่อนได้รับการอนุญาตค่ะ)