: การฉีดสีดูท่อนำไข่ (Hysterosalpingogram/HSG)
:
โดย K.P.Lee, MD
เป็นการตรวจเอ๊กซเรย์ชนิดหนึ่ง
เพื่อดูลักษณะภายในมดลูกและปีกมดลูก ...ทำโดยการฉีดสีชนิดพิเศษ
ที่สามารถมองเห็นได้ด้วยเอ๊กซเรย์เข้าไปภายในโพรงมดลูกผ่านทางช่องคลอด
สีที่ฉีดเข้าไปจะไหลจากโพรงมดลูกขึ้นไปตามท่อนำไข่ออกมาในช่องท้อง
และจากผลเอ๊กซเรย์ทำให้แพทย์สามารถทราบความผิดปกติภายในโพรงมดลูกและท่อนำไข่ได้
เช่นในกรณีของติ่งเนื้อ(Polyp)ภายในมดลูก,
มดลูกมีรูปร่างผิดปกติ หรือในกรณีท่อรังไข่ตัน
นอกจากนี้อาจพบพังผืด(Adhesion)ในบริเวณใกล้ๆท่อนำไข่ได้อีกด้วย
ทำเมื่อไหร่
วันที่เหมาะสมในการตรวจคือประมาณสามวันหลังจากประจำเดือนหมด
ดังนั้นแพทย์มักจะนัดไปตรวจในวันที่ 8-10
ของรอบเดือน สิ่งที่สำคัญคือต้องแน่ใจว่าไม่มีการตั้งครรภ์ขณะที่ตรวจ
(จะให้ชัวร์ก็ควรงดการมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่วันที่ประจำเดือนหมดจนถึงวันที่ไปตรวจ)
ในกรณีที่สงสัยว่าอาจจะตั้งครรภ์หรือในกรณีที่ประจำเดือนมาน้อยผิดปกติจนไม่แน่ใจว่าตั้งครรภ์หรือไม่
ให้ตรวจเช็คการตั้งครรภ์เสียก่อนค่ะ
เตรียมตัวอย่างไรบ้าง
เนื่องจากขณะที่แพทย์ฉีดสีอาจมีอาการปวดหน่วงๆจากแรงดันภายในมดลูกได้
แนะนำให้ทานยาแก้ปวดกลุ่ม NSAID เช่น
Ibuprofen (Brufen) 400-600
มิลลิกรัมล่วงหน้าก่อนการตรวจสัก 1 ชั่วโมง
ที่เหลือก็ทำใจสบายๆค่ะ
ขั้นตอนการตรวจ
แพทย์จะให้เราขึ้นขาหยั่งเหมือนอย่างตรวจภายในทั่วไปค่ะ
และแพทย์จะสอดเครื่องมือเพื่อเปิดช่องคลอด
เครื่องมือนี้เรียกชื่อเล่นๆว่าปากเป็ด
ชื่อจริงคือ Speculum
แล้วทายาทำความสะอาดปากมดลูก
หลังจากนั้นแพทย์จะสอดสายยางเล็กๆ(Catheter)
ผ่านปากมดลูกเข้าไปในโพรงมดลูก
แล้วฉีดสีผ่านสายยางเข้าไป หลังจากฉีดสีหมด
แพทย์ก็จะให้เราตะแคงในมุมต่างๆเพื่อดูการไหลของสี
และถ่ายเอ๊กซเรย์เปรียบเทียบหลายๆมุม
โดยแพทย์จะมองเห็นผลเอ๊กซเรย์ที่จอไปด้วย
ซึ่งถ้าผลตรวจปกติก็จะใช้เวลาไม่นาน
ประมาณสิบนาทีก็เสร็จ แต่ถ้าผิดปกติ
แพทย์จะให้เราเปลี่ยนท่าตะแคงหลายๆมุมเพื่อให้แน่ใจว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้นจริงๆ
หลังการตรวจ
อาจมีของเหลวไหลออกมาทางช่องคลอดติดกางเกงในได้
ในบางคนอาจมีได้ 2-3 วัน
ซึ่งถ้าไม่มีกลิ่นเหม็น ไม่เป็นหนอง
ไม่มีอาการปวดท้องแบบปวดมากขึ้นเรื่อยๆ
ก็ไม่น่ามีปัญหาค่ะ


ผลการตรวจปกติ
ภาพวาดลักษณะมดลูกก่อนการฉีดสี
ภาพเอ๊กซเรย์หลังการฉีดสี
ในกรณีมดลูกและท่อนำไข่ปกติทั้งสองข้าง
จะเห็นว่าสีที่ฉีดไป(จะเห็นเป็นสีขาวในเอ๊กซเรย์)
ไหลผ่านท่อรังไข่ทั้งสองข้างออกมาในช่องท้อง
ผลการตรวจผิดปกติ
จะไม่เห็นการไหลของสีผ่านออกมาทางท่อนำไข่ที่มีการตีบตัน
ถ้าตีบสองข้างก็ไม่เห็นไหลออกมาเลย
ถ้าตีบข้างเดียว
ก็จะเห็นสีไหลผ่านออกมาในข้างที่ปกติ
ภาพวาดลักษณะมดลูกก่อนการฉีดสี
ตัวอย่างภาพหลังฉีดสีในกรณีท่อนำไข่ตันข้างเดียว
ในบางกรณีไม่มีความผิดปกติของท่อนำไข่(พบว่าสีไหลออกมาทางท่อทั้งสองข้าง)
แต่กลับพบความผิดปกติภายในมดลูก เช่น
ติ่งเนื้อ(Polyp)ก็เป็นได้
ซึ่งติ่งเนื้ออันนี้เอง...ก็ขัดขวางการฝังตัวของตัวอ่อนได้เช่นกันค่ะ
ข้อพึงระวังหลังการตรวจ
ถ้ามีไข้หนาวสั่น, ปวดท้องมากขึ้นเรื่อยๆ,
มีเลือดหรือหนองไหลออกทางช่องคลอด
อาจมีภาวะแทรกซ้อนที่ไม่พึงประสงค์ได้
ให้รีบไปพบแพทย์ค่ะ เพราะอาจมีการติดเชื้อได้
คำถามคาใจหลายๆคน...
: เจ็บมั้ย... ไม่เจ็บค่ะ
อาจมีอาการปวดหน่วงๆที่ท้องขณะแพทย์ฉีดได้
เกิดจากแรงดันภายในมดลูกและการบีบตัวของมดลูกค่ะ
ทานยาแก้ปวดก็หายค่ะ ในกรณีของตัวเอง..ทำเสร็จก็หายปวดเลยค่ะ
:
หลังการตรวจเมื่อไหร่จะมีเพศสัมพันธุ์ได้ตามปกติ
คำตอบ....ตามที่แพทย์แนะนำก็คือ
สามารถมีได้เลยในวันนั้น
แต่ตามความเห็นส่วนตัวแล้ว
รอให้ของเหลวที่ตกค้างติดกางเกงในหมดไปก่อนค่ะ
เพราะถ้ายังไม่หมด
สเปิร์มอาจถูกชะล้างออกมาด้วยก็ได้ค่ะ
พอหมดแล้วก็มีได้ตามปกติ
ในบางคนพบว่าตั้งครรภ์หลังจากเดือนที่ไปรีบการฉีดสีเลยล่ะค่ะ
อาจเป็นเพราะการฉีดสีช่วยชะล้างให้ท่อนำไข่โล่งขึ้นก็เป็นได้ค่ะ
(สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์
พ.ศ.2537 มิให้ทำการคัดลอก ดัดแปลง
หรือแก้ไขบทความเพื่อนำไปตีพิมพ์ก่อนได้รับการอนุญาตค่ะ)