: ฮอร์โมนต่างๆสัมพันธ์กับรอบเดือนและการตกไข่อย่างไร :
โดย K.P.Lee, M.D.

การทำงานของฮอร์โมนในร่างกายส่วนใหญ่จะเชื่อมต่อกันเป็นทอดๆ
โดยฮอร์โมนหลักๆที่เกี่ยวข้องกับรอบเดือนและการตกไข่จะมีอยู่
4 ตัว
1.ฮอร์โมน
FSH
ตัวนี้จะกระตุ้นให้ Follicle
หรือกระเป๋าเก็บไข่เจริญเติบโตได้หลายๆFollicles คือ 10-20
Follicles
ซึ่งแต่ละอันจะมีขนาดเริ่มต้นในวันแรกของรอบเดือนที่ขนาดเล็กกว่า
10 มิลลิเมตร แล้วก็จะโตขึ้นเรื่อยๆ โดยแต่ละ Follicle
จะมีอัตราการเติบโตไม่เท่ากัน โดยตามธรรมชาติ(ไม่รวมในรายที่ทานยาหรือฉีดยากระตุ้น)จะมีเพียง
Follicle เดียวที่โตจนมีขนาดได้ถึง 18-20 มิลลิเมตร
ซึ่งเป็นขนาดเหมาะสมพร้อมที่จะปฏิสนธิ (ที่เราอัลตร้าซาวนด์ดูขนาดของไข่
จริงๆก็คือขนาดของFollicleมากกว่าค่ะ) ซึ่ง Follicle
ที่โตได้ขนาดเหมาะสมก็จะไปกระตุ้นให้มีการหลั่งฮอร์โมน
Estrogen อีกที
2.ฮอร์โมน
Estrogen
ตัวนี้เมื่อได้รับสัญญาณจาก Follicle
ที่โตได้ขนาดก็จะมีการหลั่งในปริมาณสูงขึ้น (ตรวจได้จากที่ตรวจน้ำลาย)
โดยหน้าที่ของมันคือ
จะทำให้ผนังมดลูกหนาขึ้นเพื่อพร้อมที่จะรับการฝังตัวจากตัวอ่อนหากมีการปฏิสนธิ
โดยฮอร์โมนเอสโตรเจนที่มีระดับสูงขึ้นนี้จะไปกระตุ้นต่อมใต้สมองอีกทีเพื่อให้หลั่งฮอร์โมน
LH ซึ่งเป็นตัวสำคัญ
3.ฮอร์โมน
LH
ตัวนี้เมื่อได้รับสัญญาณจากต่อมใต้สมองก็จะหลั่งออกมาในปริมาณสูงเด่นขึ้นมา
เรียกว่า LH Surge (ตรวจได้จากที่ตรวจปัสสาวะ)
และจะทำหน้าที่ในการบังคับให้ Follicle
ที่เป็นกระเป๋าเก็บไข่ไข่ไว้แตกออก ...ทำให้ไข่ตกลงมาในท่อนำไข่
4.ฮอร์โมน
Progesterone
ฮอร์โมนตัวนี้จะถูกหลั่งมาจาก Follicle ที่ว่างเปล่า(เพราะปล่อยไข่ภายในให้ตกไปแล้ว)
ทำหน้าที่สร้างความหนาของผนังมดลูกให้พร้อมต่อการฝังตัวของตัวอ่อนที่ได้รับการปฏิสนธิ
จะเห็นว่าฮอร์โมนเอสโตรเจน(ทำให้มีมูกใสยืดที่พบในช่องคลอด)ซึ่งเป็นกราฟสีแดงนั้นจะขึ้นล่วงหน้าก่อนฮอร์โมน
LH (กราฟสีส้ม)
อีกนะคะ เพื่อไปปรับผนังมดลูกให้หนานุ่มรอรับการฝังตัว
และกระตุ้นต่อมใต้สมองให้หลั่งฮอร์โมน LH มากขึ้น
เมื่อฮอร์โมน LH สูงขึ้นได้ระดับจึงจะทำให้ไข่ตกค่ะ ดังนั้นตัวที่สำคัญที่สุดคือ
ฮอร์โมน LH ซึ่งทำให้ไข่ตกโดยตรง
ในบางราย..ฮอร์โมนเอสโตรเจนขึ้นเป็นปกติ(มีมูกใสยืด)..แต่ต่อมใต้สมองไม่สามารถหลั่งฮอร์โมน
LH ให้สูงขึ้นถึงระดับที่จะทำให้มีไข่ตกได้ (ตรวจไม่พบ LH
Surge) ก็ต้องอาศัยการฉีดยาเลียนแบบฮอร์โมน LH
เพื่อกระตุ้นให้มีไข่ตก
LH Surge คืออะไีร
การที่พบ 2 ขีดเข้มจากที่ตรวจ
LH Test แสดงว่ามีฮอร์โมน LH ในข้อ 3 สูง (มี LH Surge)
ซึ่งจะไปบังคับให้ Follicle
แตกออกและทำให้มีไข่ตกออกมาแน่นอนค่ะ แต่
ไข่นั้นจะพร้อมในการปฏิสนธิหรือไม่ขึ้นกับขนาดของไข่ด้วยค่ะ
เพราะหากเรามีความผิดปกติของช่วงการกระตุ้นFollicle
อาจได้ขนาดของFollicle ที่ไม่เหมาะสมนัก แต่ระดับของ LH
ที่ขึ้นสูง..ก็ทำให้มีไข่ตกออกมาได้
(แต่จากข้อมูลข้างบนเรื่องการทำงานของฮอร์โมนต่างๆในเคสปกติ..จะเห็นว่าไข่ควรได้ขนาดที่เหมาะสมจึงจะมีการกระตุ้นต่อๆให้มี
LH Surge ได้ค่ะ)
ในบางราย.. ตรวจพบขีดทดสอบจางกว่าขีดควบคุมเล็กน้อย(แสดงว่าระดับฮอร์โมน
LH ขึ้นไม่สูงถึงค่าเฉลี่ยมาตรฐานที่จะทำให้มีไข่ตก)
แต่ทำให้ไข่ตกได้ที่ระดับฮอร์โมนดังกล่าวก็มีค่ะ
ดังนั้นในช่วงที่พบขีดจางๆ..หากเราไม่ซีเรียสเรื่องเลือกเพศบุตร
ก็อาจมีเพศสัมพันธุ์ช่วงนั้นวันเว้นวันก็ได้ค่ะ
เพื่อเป็นการครอบคลุมในกรณีที่ฮอร์โมน LH ของเราขึ้นไม่ถึง
25 mIU/ml แต่สามารถทำให้มีไข่ตกได้ค่ะ
นอกจากนี้ไข่ที่ตกออกมาจาก Follicle
อาจไม่สามารถเดินทางมาปฏิสนธิกับอสุจิในท่อนำไข่ได้
หากท่อนำไข่มีการตีบตันในบางช่วงค่ะ
กรณีนี้เราถือว่ามีไข่ตกแต่มีอุปสรรคในการเดินทางในท่อนำไข่ค่ะ
(สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์
พ.ศ.2537 มิให้ทำการคัดลอก ดัดแปลง
หรือแก้ไขบทความเพื่อนำไปตีพิมพ์ก่อนได้รับการอนุญาตค่ะ)