การที่จะเรียกว่าเชื้ออ่อนหรือไม่
คงต้องดูหลายอย่างประกอบกัน ทั้ง
ปริมาณน้ำเชื้อ จำนวนต่อซีซี
รูปร่างความปกติของเชื้อ
และการเคลื่อนไหวของเชื้อ
มาดูค่าปกติแต่ละตัวกันนะคะ
เอาตามค่ามาตรฐานที่ WHO กำหนดไว้
โดยจะกล่าวถึงค่าที่นำมาใช้อ้างอิงถึงบ่อยๆ
ซึ่งได้แก่ :
ปริมาณน้ำเชื้อในการหลั่งแต่ละครั้ง
ค่าปกติควรมีอย่างน้อย 2 ซีซี หากอยู่ในช่วง
1.5-2 ซีซีก็พอยอมรับได้ แต่ไม่ควรน้อยกว่า
1.5 ซีซีค่ะ
จำนวนเชื้อ
จะแยกเป็นจำนวนเชื้อในการหลั่งแต่ละครั้ง
ซึ่งไม่ควรต่ำกว่า 40 ล้านตัว
และจำนวนเชื้อที่คำนวณต่อซีซี
:ซึ่งไม่ควรต่ำกว่า 20 ล้านตัวต่อซีซีค่ะ
รูปร่างของเชื้อ
โดยจะดูลักษณะหัว,ส่วนกลางตัวและหางของเชื้อว่ามีรูปร่างปกติหรือไม่
อนุญาตให้มีเชื้อรูปร่างพิการไม่เกิน 70
เปอร์เซ็นต์ของเชื้อทั้งหมด
นั่นคือควรมีเชื้อรูปร่างปกติ 30
เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป
การเคลื่อนไหว
จะดูเชื้อที่มีชีวิตและมีการเคลื่อนไหวได้ดี
แบ่งเป็นการเคลื่อนไหวที่เวลาต่างๆ เช่น
1.เวลาเริ่มต้นคือ
ทันทีหลังการหลั่ง
ซึ่งควรมีเปอร์เซ็นต์ของเชื้อที่มีชีวิตและมีการเคลื่อนไหวที่ดีอย่างน้อย
75 เปอร์เซ็นต์ หากอยู่ในช่วง 50-74
เปอร์เซ็นต์ก็พอยอมรับได้ แต่ไม่ควรต่ำกว่า
50 เปอร์เซ็นต์ค่ะ
2.เวลาผ่านไป
1 ชั่วโมง
ควรเหลือการเคลื่อนไหวอย่างน้อย 70
เปอร์เซ็นต์
3.เวลาผ่านไป
3 ชั่วโมง
ควรเหลือการเคลื่อนไหวอย่างน้อย 60
เปอร์เซ็นต์
ดังนั้นในการพิจารณาว่าเชื้ออ่อนหรือไม่
ต้องดูปัจจัยดังกล่าวประกอบกันไป เช่น
ถึงแม้จะได้ปริมาณที่มากพอ
แต่ถ้าหากการเคลื่อนไหวไม่ดี
หรือรูปร่างพิการก็จัดว่าเชื้ออ่อนได้ค่ะ
ในการเก็บตัวอย่างเชื้ออสุจิเพื่อนำไปตรวจนั้น
ผู้เก็บเชื้อควรงดการหลั่งเชื้ออสุจิเป็นเวลาอย่างน้อย
3 วัน แต่ไม่ควรเกิน 5 วัน
เพื่อที่จะได้ปริมาณและลักษณะของเชื้ออสุจิที่มีอายุเหมาะสมในการตรวจวิเคราะห์ค่ะ
ซึ่งช่วงอายุของเชื้อที่ 3-5
วันเนี่ยเป็นช่วงที่เชื้อแข็งแรงและเคลื่อนไหวได้ดีที่สุด
ค่าที่ตรวจออกมาจึงแม่นยำที่สุด (แม้แต่ในรายที่ไปเก็บเชื้อเพื่อฉีดเชื้อเค้าก็จะแนะนำอย่างนั้นเพื่อให้ได้เชื้อที่แข็งแรงที่สุดค่ะ)